Menu Close

การเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาในเด็ก

ทัศนมาตร

การเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาในเด็ก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนี้เรามักพบเด็กที่ใส่แว่นเพื่อแก้ไขปัญหาสายตากันเยอะมาก แล้วสายตาผิดปกติในเด็กเกิดจากอะไร และมีวิธีการป้องกันหรือชะลอการเกิดสายตาผิดปกติได้หรือไม่

            ต้องบอกว่าพัฒนาการเกี่ยวกับดวงตาของเด็กนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 6 ปี  เป็นกระบวนการของร่ายกายที่ช่วยให้การพัฒนาให้การมองเห็นสมบูรณ์ เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Emmetropization โดยกระบวนการนี้เกิดจากการยืดขยายตัวของกระบอกลูกตาซึ่งเกิดควบคู่ไปกับการพัฒนาของเซลล์ต่างๆในแต่ละส่วนของลูกตา โดยทั่วไปในเด็กแรกเกิดจะมีค่าสายตาเป็นค่าบวก หรือที่เรียกกันว่าสายตายาว (Hyperopia)  ประมาณ +2.50 D.  และจะค่อยๆมีการเปลี่ยนแปลงไปทาง 0.00 D. (Emmetropia) หรือค่าสายตาปกติจากการยืดขยายตัวของลูกตา และจากผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตามากที่สุดคือช่วงอายุ 26-36 สัปดาห์ ดังนั้นหากเด็กแรกเกิดมีค่าสายตามากกว่า +2.50 D. ก็จะมีโอกาสที่หลังจากจบกระบวนการ Emmetropizatiom แล้วเด็กจะยังเหลือค่าสายตาที่เป็นบวกอยู่

            แล้วสายตาสั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?

            สายตาสั้นเป็นภาวะที่กระบอกลูกตายาวกว่าปกติ นอกจากสายตาสั้นจะเกิดจากพันธุกรรมแล้วยังเกิดจากพฤติกรรมการใช้สายตาระยะใกล้ที่มากขึ้นของเด็ก ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการใช้ สมาร์ทโฟน Ipad หรือการอ่านหนังสือ กิจกรรมเหล่านี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดสายตาสั้นได้ เพราะ การใช้งานระยะใกล้ จะทำให้แสงไปตกที่หลังจอประสาทตา สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะเกิดการเพ่ง (Accomodation) โดยอัตโนมัติ และในเด็กจะมี การยืดขยายกระบอกตา เพื่อไปรับแสงที่ตกหลังจอประสาทตาให้มาตกบนจอประสาทตาพอดี ทำให้เกิดเป็นสายตาสั้น

            นอกจากนี้การใช้งานในระยะใกล้นานๆอาจะทำให้เกิด “สายตาสั้นเทียม” จากข้างต้นได้กล่าวถึงการใช้งานระยะใกล้ทำให้เกิดการเพ่ง ซึ่งการเพ่งเป็นการหดตัวของมัดกล้ามเนื้อเล็กๆในลูกตา การใช้งานในระยะใกล้นานๆอาจทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการมองระยะใกล้ทำงานมากเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัว และเกิดเป็นปัญหาสายตาสั้นเทียมตามมา

            แล้วสายตาเอียงล่ะ เกิดจากอะไร?

            สายตาเอียงส่วนมากมักเกิดจากความโค้งของกระจกตาเรา คนปกติที่ไม่มีค่าสายตาเอียงกระจกตาจะโค้งแบบลูกบอล แต่คนที่มีสายตาเอียงกระจกตาจะเป็นแบบลูกรักบี้ ซึ่งรัศมีความโค้งไม่สมมาตรกันเหมือนลูกบอลทำให้แสงที่จะต้องตกบนจอประสาทแต่แยกออกเป็น 2 จุด คนละตำแหน่งกันทำให้การมองเห็นภาพจะมีการซ้อนกันเป็นเงาๆ หรือภาพที่เห็นอาจฟุ้งๆ ไม่คมชัด ไม่เกี่ยวกับการขีดเส้นแล้วเอียงแต่อย่างใด

            โดยทั่วไปในเด็กแรกเกิดจะมีค่าสายตาเอียงประมาณ 2.98 D. และจะค่อยๆปรับเปลี่ยนลดลงเป็นปกติและเริ่มคงที่ในช่วงอายุประมาณ 3 ปี เรียกกระบวนการนี้ว่า Emmetropization ซึ่งเป็นช่วงอายุที่เด็กเริ่มมีความโค้งของกระจกตาคล้ายกับกระจกตาของผู้ใหญ่แล้ว

            ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลพฤติกรรมการใช้สายตาของลูกอย่างใกล้ชิด อย่าให้ลูกๆของคุณหมกมุ่นอยู่กับกิจกรรมในระยะใกล้นานๆ ให้พวกเขาออกไปทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้านเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆ และคอยสังเกตพฤติกรรมการมองของลูกว่ามีการหรี่ตา หรือมีอาการปวดหัวปวดตาเวลาใช้สายตานานๆหรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพาลูกๆมาตรวจสายตากับนักทัศนมาตรเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือทุกๆ 1 ปี

แหล่งที่มา : Wood ICJ, Hodi S, Morgon L. Longitudinal change of refractive erroe in infants during the first year of life. Eye. 1995;9:551-557

Leave a Reply

Your email address will not be published.